บทเพลงนิทานแผ่นดิน

ในหน้านี้ อยากจะแนะนำให้รู้จักกับบทเพลงนิทานแผ่นดิน ซึ่งเป็นบทเพลงที่ประพันธ์คำร้อง, ทำนอง และเรียบเรียงดนตรีโดย อ.ปุ้ม พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นบทเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของพระมหากษัตริย์ไทยนับแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งบทเพลงนี้ จะถูกบรรเลงและขับขานโดยศิลปินไทยในทุกภูมิภาค ตามที่บอกเล่าไว้ในหน้าก่อน

 

ที่มาของบทเพลงนิทานแผ่นดิน

(คัดลอกมาจากบางส่วนของ ความเป็นมาของโครงการนิทานแผ่นดิน

By Pongprom Snitwong Na Ayuthaya in นิทานแผ่นดิน ศิลปินอาสา)

http://www.facebook.com/groups/419841511377841/doc/437618702933455/

 

…..เนื้อความของเพลงเริ่มจากยุคโบราณเมื่อเราเริ่มเกิดชุมชนในระดับ ‘บ้าน’ ขึ้น ก็ให้นึกภาพย้อนไปราว ต้นสุวรรณภูมิยุคบ้านเชียง จากการเป็นนักล่านักหาของป่าเร่ร่อนเริ่มเป็นชุมชนเกษตรกรรม ทํานา ปลูกไร่ ตอนนั้นผู้นําชุมชนเป็นผู้อาวุโสของหมู่บ้าน ก็เพราะรู้เรื่องต่างๆ ดีกว่าผู้อื่น คือรู้ฤดูกาล รู้พิธีกรรม รู้ผีรู้สาง (เดิมหมายถึงเทวดา) รู้ธรรมเนียม รู้ว่าจะทําสิ่งต่างๆ อย่างไร คือเป็นทั้งครูและผู้นํา เรียกกันว่า พ่อหมอแม่หมอ คําว่า หมอ แปลว่ารู้ชํานาญในการต่างๆ ตอนแรกชุมชนบุพกาลก็มีผู้หญิงเป็นใหญ่ ต่อมาก็เป็นผู้ชาย คุมบ้านเรียกว่า กวาน หรือ กว่าน เช่น กว่านบ้าน เป็นต้น ซึ่งต่อมา คํานี้กร่อนเป็นคําว่า ขุน นั่นเอง กว่านผู้เฒ่าก็เรียกว่า ปู่ แล้วก็เรียกเป็น ปู่จ้าว แล้วมีเรื่องเล่าเชื่อมโยง กับสางบนฟ้า ไต่กะไดลงมาจากเมืองฟ้า มาปกครอง ก็มีศักดิ์ชั้นเป็นจ้าวเป็นนาง ยกให้เหนือชุมชนเป็นผู้นํา ตายแล้วก็จะได้กลับไปอยู่กับสางหรือผีฟ้า ก็ยกให้เป็นผีบ้านเป็นเสื้อบ้าน เนื้อเพลงท่อนแรก ก็จะมีการใช้คําเก่าๆ แบบที่เห็นในเรื่องอย่าง นิทานปู่จ้าวลาวจก หรือ ท้าวฮุ่งขุนเจือง

 

ครั้งโบราณเนิ่นนานแสนนาน

บนดินแดนแคว้นไทกว้างไกลสุดสายตา 

แผ่นดินทองแห่งบูรพา 

ร้อยชนเผ่าเกี่ยวดองผองคน

ถือกําเนิดอยู่รวมร่วมปน

มีบ้านเมืองน้ำนาข้าวปลามากล้น 

สางก่อฟ้าก่อแสงเฮืองเมืองเบื้องบน

ผีก่อบ้านป่าผาภูคลองท้องธาร 

ผู้แก่จ้าวปู่รู้ฮีตคองคล่องงาน

แม่ใหญ่หมอพ่อกว่านปกบ้านกุมเฮือน

 

ในท่อนต่อมา จากชุมชนบ้านเมืองก็กลายเป็นนครรัฐ เป็นเขตแคว้นต่างๆ ให้นึกภาพถึงยุคฟูนัน จาม ปา ความรู้จากชมพูทวีปเข้ามา ศาสนาฮินดู-พุทธเข้ามา มีอาณาจักร ละโว้ ทวารวดี ศรีโพธิ อู่ทอง กัมพุช.. สําเภาพ่อค้าจากจีนจากเปอร์เซียจากอินเดียก็เริ่มเข้ามาค้าขาย นครรัฐก็เติบโตมั่งคั่ง ความต้องการแรงงานและทรัพยากรก็เพิ่มขึ้น ก็เริ่มมีสงคราม รุกรานกัน พ่อกว่านหรือขุนก็ต้องอาศัยคนหนุ่มเป็นนักรบแข็งแกร่ง จากที่มีผู้อาวุโสเป็นผู้นํา ก็เปลี่ยนเป็นนักรบแทน เพราะต้องเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อปกป้องดินแดนและไพร่บ้าน ขุนที่มีความสามารถและคุณธรรมก็ถูกยกย่องเป็นพ่อขุน คติเดิมที่อยู่อย่างครอบครัวโดยผู้อาวุโสยังอยู่ จาก ปู่ ก็มาเป็น พ่อ อยู่อย่างพ่อปกครองลูกก็เรียก พ่อขุน ราวพุทธศตวรรษ18 ศาสนาพุทธเข้ามาสู่สุโขทัย สุโขทัยหมายถึงอรุณรุ่งอันแสนสุข บ้านเมืองสงบสุขก็ เพราะพ่อขุนปกครองโดยพุทธธรรม นำคติธรรมราชาเข้ามาตอนนั้น ก็ด้วยอิทธิพลจากแนวคิดพระเจ้าอโศกมหาราช ที่เมื่อรับพุทธศาสนาแล้วก็หยุดการสงครามที่ทำมายืดเยื้อยาวนานเสีย แล้วเปลี่ยนมาดำเนินในแนวคิดราชาธิราชหรือจักกวตติ (จักรวาทิน) แทน คือเป็นผู้จรรโลงธรรมและปกปักธรรมจักร (อาณาจักรธรรม) และพุทธศาสนา คนไทก็รู้จักคำว่าพระราชาในยุคนี้เอง คำว่า ราชา นั้นที่จริงไม่ได้หมายถึงเจ้าชีวิต ผู้เป็นใหญ่ หรืออะไรที่มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า King ของชาวตะวันตกแต่อย่างใดเลย ท่านพุทธทาสฯ บอกว่า ราชา แปลว่า พอใจ... ที่ประชาชนแซ่ซร้องว่า พระราชาๆ นั้น คือร้องว่าพอใจๆ ด้วยเหตุว่าพระราชามีทศพิธราชธรรมเป็นครรลองการปกครองอย่างอุดมคตินั่นเอง ต่อมาจึงเรียกว่าธรรมราชา เพราะทรงธรรมจึงเคารพเทอดทูนว่าเป็นพ่ออยู่หัว แล้วถึงมีคําว่าพระเจ้าแผ่นดิน ด้วยถือว่าเป็นเจ้าของแผ่นดินแว่นแคว้นนั้น เหตุด้วยทุ่มชีวิตเข้าปกป้องอาณาจักรที่ได้สร้างขึ้นเป็นปึกแผ่นให้สงบร่มเย็นนั่นเอง

 

บ้านเมืองแปงเป็นแดนแคว้นคาม

เป็นอาณานคราเฟื่องฟูคู่ค้ามาเยือน

อู่อุดมต่อปีต่อเดือน

หลายไพรีเริ่มบุกรุกราน

ขุนพลพลีชีพตนต้านทาน

คุมคุ้มภัยไพร่พลลูกเมืองสุขสันต์ 

ขุนปกแคว้นโดยธรรมนํา คนกล่าวขาน

ขัณฑ์เขตแขวงกว้างไกลรวมใจพารา

ไทเทอดไว้พ่อขุนดังธรรมราชา

พระคือฟ้ามาเกิด คือพระเจ้าแผ่นดิน

 

จากนั้นก็นึกภาพกาลเวลาที่ล่วงเลยผ่านไป สู่ยุคสมัยต่างๆ จากสุโขทัย มาอยุธยา ข้าศึกมาประชิด บ้านเมืองผ่านเหตุการณ์ดีร้ายมากมาย แต่สยามประเทศก็ยังอยู่รอดมาได้ ด้วยเหตุที่บ้านเมืองยังมี พระเจ้าแผ่นดินทรงธรรมและบุรพกษัตริย์ผู้ปรีชาชาญอีกหลายพระองค์ ที่นําพาประเทศชาติให้อยู่รอดมาได้จนยังมีเมืองไทยที่ร่มเย็นอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน เราก็จะเห็นภาพพระนเรศวรที่กู้เมือง พระเจ้าตากสินที่กู้เมือง รัชกาลที่สี่ที่รับมือกับนักล่าอาณานิคมยุโรปตอนที่เรือรบมาปิดอ่าว รัชกาลที่ห้ากับ กุศโลบายของท่าน ก็อยู่รอดมาได้เช่นนี้

 

ร้อยพันปีผ่านมีทั้งดีแลร้าย

กี่สมัยบ้านเมืองก็ยังตั้งอยู่ 

มหาราชากี่องค์ที่ทรงอุ้มชู

เป็นนิทานตํานานมาสู่ 

ดินแดนไทแห่งนี้ที่ยังร่มเย็น

 

ท่อนสุดท้ายก็มาถึงยุคปัจจุบัน ตอนนี้ภาษาเปลี่ยนให้ใหม่ขึ้น ผมใช้คําอย่างเช่น ไทยบุรี ที่คนยุค ขุนวิจิตรมาตราหรือจอมพล ป. ใช้กัน ก็เปลี่ยนการปกครองมาเป็นประชาธิปไตย ที่ซึ่งยุคนี้พระเจ้าอยู่หัวนั้นไม่ได้ปกครองแผ่นดินอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นรัฐบาลที่เป็นนักปกครองจากประชาชนแทน ถ้าเป็นที่ อื่นๆ อย่างเช่นยุโรป คิง หรือ ควีน ก็ทําแต่พิธีการที่เป็นขนบโบราณเพื่อรักษาจารีตโบราณที่สวยงาม ไว้เท่านั้น ไม่ได้ออกไปทํางานเพื่อพสกนิกรในชาติอีกต่อไป แต่เป็นบุญสําหรับคนไทยเหลือเกิน ที่ สวรรค์ยังประทานพระมหากษัตริย์ที่ทรงธรรมเหมือนในอุดมคติมาให้พวกเราอีก แม้ว่าที่จริง พระองค์ท่านไม่ต้องทําอะไรก็ได้ แต่ตลอดรัชสมัยตั้งแต่ทรงครองราชย์เป็นต้นมา ท่านก็ทรงทํางานอย่างหนักเพื่อปวงชนชาวไทยได้อยู่อย่างร่มเย็นมาตลอดเวลา ดังที่ท่านได้ลั่นวาจาไว้และสมกับที่พระราชชนนีของท่านได้ทรงตรัสไว้ว่าทรงตั้งชื่อให้ว่า ภูมิพล ก็เพราะต้องการให้อยู่กับดิน ให้เป็นพลังของแผ่นดิน.. และพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ท่านก็ทรงทําเช่นนั้นเสมอมาคืออยู่กับดิน ดังพระกรณียกิจที่เราเห็นกันมาตั้งแต่ยังเด็กๆ และที่สำคัญเหนืออื่นใดก็คือพระองค์ท่านไม่เคยวางพระองค์เป็น ‘พระเจ้า’ อยู่เหนือ ‘แผ่นดิน’ เลย ด้วยเหตุนี้เอง ประชาชนชาวไทยทั้งชาติจึงรักพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้นักหนา.

 

รัตนะโกศกสองร้อยปี 

ไทยบุรีนี้เรืองเฟื่องฟูสู่ยุคใหม่

เปลี่ยนมาเป็นประชาธิปไตย 

แต่ฟ้าดินยังคงเวทนา

ประทานพระราชาผู้ทรงเมตตา

อุทิศกายและใจเพื่อปวงประชา 

พ่ออยู่หัวผู้วางตนอยู่เคียงดิน

ทุกลมหายใจคือคนไทยทุกคน

ร่วมสุขทุกข์และภัยไม่ลืมมวลชน 

พระคือฟ้ามาโปรด คือพลังแผ่นดิน

หมายเหตุ : ข้อความในอักษรสีน้ำเงินข้างต้น คือ คำร้อง ในบทเพลง นิทานแผ่นดิน

 …………………………………………….…..

คลิปการทำงานเพลงนิทานแผ่นดิน

 

 

 

Link เพลงนิทานแผ่นดินบางVersion

NitarnPanDin [Folk Version]

http://soundcloud.com/pongpromsnitwong/nitarnpandin-folk

เพลงนิทานแผ่นดิน version ภาคเหนือ โดยสุนทรี เวชานนท์

http://soundcloud.com/noochnaka/version

 เพลงนิทานแผ่นดิน version ภาคเหนือ โดยปฏิญญา ตั้งตระกูล

http://soundcloud.com/noochnaka/version-3

เพลงนิทานแผ่นดิน version ภาคอีสาน โดยไมค์ ภิรมย์พร

http://soundcloud.com/noochnaka/version-1

เพลงนิทานแผ่นดิน version ภาคใต้ โดยศุ บุญเลี้ยง

http://soundcloud.com/noochnaka/version-2

 

เร็วๆนี้จะเผยแพร่และเปิดให้ download เพลงนิทานแผ่นดินทุก Version

เพื่อนำรายได้มอบให้มูลนิธิชัยพัฒนา

……………………………………………………

ยังมีอีกเรื่องที่อยากจะขยายความ เพื่อความเข้าใจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

จึงอยากจะนำข้อความบางส่วนมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันนะคะ

จากข้อความข้างต้นเกี่ยวกับความแตกต่างของคำว่า ราชา และ King นั้น

ทางทีมงานนิทานแผ่นดินได้ศึกษาค้นคว้าลึกซึ้งลงไป จากเทปบันทึกเสียง

ซึ่งท่านพุทธทาสได้กล่าวถึงความหมายของคำว่าราชา ที่แปลว่า 'พอใจ'

อย่างที่กล่าวข้างต้น และสามารถถอดความเทปบันทึกเสียงของท่านออกมาได้ดังนี้

 

.. "คือคำว่าทศพิธราชธรรม เป็นธรรมสำหรับพระราชา ทำให้มหาชนร้องออกมาว่า พอใจ พอใจ พอใจ ตามความหมายของคำว่า ราชา ราชา ราชา ที่แปลว่า พอใจ ดังที่ได้เคยกล่าวกันมาหลายครั้งหลายหนแล้วว่า คำพูดคำนี้ได้เกิดขึ้นมาในลักษณะอย่างนี้ ธรรมะเหล่านั้นเป็นธรรมะสำหรับ มหาชน เพื่อจะได้ดำเนินตาม ในการเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ซึ่งสำหรับส่งเสริมให้มีการปฏิบัติที่ถูกฝาถูกตัว ระหว่างผู้นำกับผู้ตาม จึงจะง่ายในการที่บ้านเมืองจะมีสันติสุขส่วนบุคคล และมีสันติภาพของสังคม..." เช่นเดียวกับที่พบใน อรรถกถาจักกวัตติสูตร ซึ่งเขียนว่า... "ที่ชื่อว่า ราชา เพราะหมายความว่า ทำให้ประชาชนรักด้วยสังคหวัตถุ ๔. ที่ชื่อว่า จักรพรรดิ เพราะหมายความว่า ทำจักรให้หมุนไป. ที่ชื่อว่า ธัมมิกะ เพราะหมายความว่า มีธรรม. ที่ชื่อว่า ธรรมราชา เพราะหมายความว่า ทรงเป็นพระราชาด้วยธรรมนั่นเอง คือ ด้วยจักรพรรดิวัตร ๑๐ ประการ.."

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้รู้ความหมายจริงๆ ของคำนี้ ซึ่งเป็นอย่างที่บอก คือคนละความหมายกับคำที่มีความหมายว่า King ในภาษาโบราณของชาวตะวันตกที่เราได้ลองค้นคว้าดู ยกตัวอย่างเช่น คำว่า Lugal ในภาษาซูเมอรที่มีความหมายเดียวกับคำว่า king มาจากรากคำที่แปลว่า ถ้าทำให้เจ้านายโกรธเขาจะฆ่าคน / ในภาษาอัคคาเดียน Sharu ก็คือคำว่า king มาจากรากคำแปลว่า เขาทำลายศัตรูอย่างไร้ความปราณี.. อย่างนี้เป็นต้น หลายครั้งที่การใช้คำแปลของภาษาหนึ่งไม่ได้ให้ความหมายที่ตรงความเป็นจริงในอีกภาษาหนึ่ง ทำให้ทัศนะเบี่ยงเบนไปได้ คำว่าพระราชาดังที่พวกเราทราบกันนี้นั้น สะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับผู้ใต้ปกครองในสังคมบุพกาลของภูมิภาคเรานี้ น่าจะเอื้ออารีต่อกันมากกว่าทางซีกโลกตะวันตก………

……………………………………………….

การเรียนรู้ที่มาที่ไป ประวัติศาสตร์ต่างๆ อาจจะทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ต่างๆได้มากขึ้น

หวังว่าเพื่อนๆอาจจะได้ข้อคิด หรือความเข้าใจบางอย่าง จากนิทานแผ่นดิน

ซึ่งเป็นแผ่นดินของพวกเราทุกคน ไม่มากก็น้อยนะคะ

 

สุดท้ายสำหรับหน้านี้อยากจะฝากรายการนิทานแผ่นดิน ให้เพื่อนที่สนใจ ติดตามชมด้วยค่ะ

รายการจะออกอากาศประมาณ 10 ตอน เริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2555 

 บทเพลงนิทานแผ่นดิน

 

ขอบคุณที่กรุณาเข้ามาอ่าน โดยเฉพาะใครที่อ่านจนจบ ถือว่ามีความอดทนสูงเลยทีเดียว ขอบคุณนะคะ  ^^

     Share

<< นิทานแผ่นดิน คือ อะไรหนอ???ทริปปีใหม่ของสองป้าหลาน (1) >>

 

 

 

 

ทริปปีใหม่ของสองป้าหลาน (3) : In&Out และพระตำหนักเขาค้อ
ทริปปีใหม่ของสองป้าหลาน (2)
ทริปปีใหม่ของสองป้าหลาน (1)
บทเพลงนิทานแผ่นดิน
นิทานแผ่นดิน คือ อะไรหนอ???
นิทานแผ่นดิน The Chronicle Of The Land
เรื่องของเจ้าปุ่น
ลีลาวดี Frangipani Part 2
ซึ่งมีลีลาดี ..... ลีลาวดี Frangipani Part1




 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

You are so awesome for helping me solve this <a href="http://rprumce.com">myysret.</a>
Leaidan   
Tue 18 Oct 2016 10:31 [14]
 

Great <a href="http://hcexkd.com">intgshi.</a> Relieved I'm on the same side as you.
Nyanna   
Tue 18 Oct 2016 10:31 [13]
 

Keep on writing and <a href="http://zollxz.com">chggiung</a> away!
Helene   
Mon 17 Oct 2016 20:42 [12]
 

Oh yeah, <a href="http://qjjqlpl.com">fauulobs</a> stuff there you!
Jean   
Mon 17 Oct 2016 16:31 [11]
 

None can doubt the <a href="http://ouksdwh.com">vetaricy</a> of this article.
Gerri   
Mon 17 Oct 2016 16:30 [10]
 

Is that really all there is to it because that'd be <a href="http://eczpxcjpan.com">flgstergabbina.</a>
Xadrian   
Tue 11 Oct 2016 18:32 [9]
 

I will be putting this <a href="http://dgnjhmq.com">danlzizg</a> insight to good use in no time.
Heidi   
Tue 11 Oct 2016 18:32 [8]
 

<a href="http://bshxjzjd.com">Hahhaaah.</a> I'm not too bright today. Great post!
Elyza   
Tue 11 Oct 2016 18:31 [7]
 

Michael, I only managed to catch up on your newer posts upon getting iPhone access after being at basic training for two months. I must say, I am very happy to hear about your brurhtkaoegh. I trust that this doesn&#8217;t mean you&#8217;ll completely leave teaching behind if you try to have a shot at the opera stage? Because I still want to work with you in the future. But again, I&#8217;m glad to hear of your success. Best of luck.
Cathleen   
Tue 11 Oct 2016 14:22 [6]
 

Yes, please!! let&#39;s play nice!! It get even more awkward when all the meanness and inlroetance is learned by the next generation. Wow! it feel like in some way my week relates to yours. Hugs!
Celina   
Tue 11 Oct 2016 14:05 [5]
 

Articles like these put the consumer in the driver seat-very imtartonp.
Dayana   
Tue 11 Oct 2016 13:56 [4]
 

Aricelts like this just make me want to visit your website even more.
Prudence   
Tue 11 Oct 2016 13:54 [3]
 

After being disappointed with the Faulks and Deavers books, I always end up returning to the Fleming orniTnals.iagner, over on your &quot;A Murder of Quality&quot; film review, I need your opinion on the book.
Dreama   
Tue 11 Oct 2016 13:36 [2]
 

It always puzzles me why people like using the term Kung Fu in a wrong way. And no matter what you meant by &#8220;tai chi&#8221; or &#0282;Kung Fu&#8221;, they were no the first two.
Jory   
Tue 11 Oct 2016 13:29 [1]