ครอบครัวไดอารี่คลับ

 

 

ครอบครัวไดอารี่คลับ

 

ครอบครัวไดอารี่คลับ

 

เจ้าของไดอารี่นี้ มีชื่อว่า มาดี เป็นสตรีสาววัยกำลังงาม ไม่มากไม่น้อย (ย่าง 43 ปี แถวบ้านเรียกว่าวัยกลางคน ^_^)

 

ก่อนหน้าจะมารู้จักไดอารี่คลับ แทบจะไม่มีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะไม่เคยมี social network ใดๆทั้งสิ้น

 

ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อ e-mail ในเรื่องงานเพียงเท่านั้น เริ่มเกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ก็เพื่อหาข้อมูลความรู้และการประสานงานเพื่อจัดบู๊ทแนะนำสินค้าในต่างประเทศ ที่ต้องทำเพียงลำพัง ศึกษาเอง ในทุกๆด้านทั้งการจองตั๋วเครื่องบิน เช่ารถ จองโรงแรม หาข้อมูล ทุกๆด้าน  พร้อมทั้งศึกษาการทำเว็บไซต์ในขณะนั้นเพื่อประโยชน์ในการใช้งานของตัวเอง

 

ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ (เนื่องจากลืมไปแล้ว - -“ ) ทำให้วันหนึ่งมีโอกาสเจอไดอารี่คลับเข้า  โดยไดอารี่แรกที่ได้อ่านคือ kritdragon.diaryclub.com (ถ้าสะกดผิดขออภัยค่ะ) จากภาพถ่ายที่สวยงามน่าประทับใจ เด็กชายที่หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักน่าเอ็นดู ประกอบกับการถ่ายทอดความคิดความรู้สึกของแม่ตุ๊กที่มีต่อเด็กชายดาจ้อง ทำให้รู้สึกอยากติดตามอ่าน  (อย่างไรก็ดี ก็ไม่ได้อ่านแบบเป็นแฟนประจำนะคะ ต้องเรียกว่า ไม่มาก ไม่บ่อย แต่ไม่หาย อะไรทำนองนั้น) อีกส่วนหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะขณะนั้น เราเองก็กำลังดูแลหลานสาวคนนึงเต็มเวลา 24 ชั่วโมงเสมือนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งเช่นกัน ไดอารี่ถัดมาที่ได้อ่านก็คือ ไดอารี่ของคุณโบแม่น้องเจ้าขา (อันนี้ได้มีการเปลี่ยนชื่อไดอารี่ไปหลายครั้ง จนดิชั้นลืมไปแล้วว่าชื่อไดตอนแรกที่ได้อ่านมันชื่ออะไร แหะแหะ)

 

ก็เช่นกัน ความน่ารักของน้องเจ้าขาก็ดึงดูดเราให้หลงรักเด็กคนนี้ และชีวิตเรื่องราวที่คุณโบนำมาถ่ายทอดก็ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงปัญหาชีวิตครอบครัวได้มากขึ้น และนอกจากนี้ ก็ยังได้มีโอกาสไปอ่านไดอารี่อื่นๆเป็นครั้งคราว รู้สึกว่ามันดีนะที่เราได้มีโอกาสเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างผ่านประสบการณ์และการเล่าเรื่องของเจ้าตัวเอง อีกไดอารี่ที่ชื่นชอบตอนนั้น ก็คือไดอารี่ของน้องโอ๊ต oattoto.diaryclub.com ช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรีนแลนด์ ซึ่งเราได้อ่านแทบจะทุกหน้าเลย

 

เป็นเพราะตอนนั้นเราเรียนดนตรีกับอาจารย์ชาญชัย สุดหอม ซึ่งได้เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับกรีนแลนด์และไอซ์แลนด์ มันเป็นการเรียนดนตรีที่เราชอบมาก เพราะแท้จริงมันคือการเรียนรู้ชีวิตต่างหาก ด้วยความบังเอิญ จากความสนใจในชื่อหัวข้อไดอารี่ทำให้เราได้เข้าไปอ่านและก็ประทับใจ ทำให้มาอ่านไดอารี่คลับบ่อยขึ้น

 

กระนั้นก็ยังไม่เคยคิดเขียนเอง เพราะในชีวิตไม่เคยเขียนไดอารี่เลย และโดยปกติก็เป็นคนไม่ชอบพูดหรือเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟัง เป็นคนขี้เกรงใจ ไม่อยากรบกวนใคร(คิดเองว่ามันรบกวน ^_^ )

 

ในช่วงเวลานั้นเอง เราได้ไปเรียน หลักสูตร Song Writing#6 ที่ Gen-X Academy เป็นหลักสูตร 1 ปี ในวันสุดท้ายของการเรียนวิชาแรก คุณครูของเราคือ อ.ปุ้ม พงษ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ได้มอบหมายงานชึ้นนึงซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำตลอดการศึกษาในหลักสูตรนี้

 

คือในแต่ละสัปดาห์ แต่ละคนต้องส่งงานเขียน อย่างน้อย 1 ชิ้น เป็นการเขียนอะไรก็ได้ อย่างน้อย 1 หน้ากระดาษA4 นี่เป็นการเขียนครั้งแรกของเรา ซึ่งง่ายที่สุดก็คือการเขียนเรื่องตัวเอง สิ่งที่พบเห็น สิ่งที่คิด หรือเล่านิทานเพื่อสื่อสารสิ่งที่เราคิด ในบางครั้งเราเขียนไปหลายหน้ากระดาษทีเดียว รูปแบบไม่จำกัด

 

เรามีความสุขกับงานชิ้นนี้มาก และเดี๋ยวนี้เรากลับกลายเป็นคนที่สามารถบอกเล่าความรู้สึกให้คนฟังได้มากขึ้น ทำให้จากเมื่อก่อนที่เพื่อนอาจจะน้อยใจเหมือนเราไม่เปิดให้เพื่อนมีโอกาสใกล้ชิดเราได้มากอย่างที่คนส่วนใหญ่เค้าเป็นกัน เดี๋ยวนี้เพื่อนอาจจะแบบ เฮ้ย รู้จักแกมากไปแล้ว ไม่ต้องอธิบายแล้วก็ได้ ฮ่าฮ่า  (แต่เราก็ยังคงความเป็นส่วนตัวไว้มากเช่นกัน)

 

จนมาวันนึง เมื่อเรากับน้องๆที่เรียน Song Writing ได้ร่วมกันทำผลงานออกมาชิ้นนึง คือ Freestyle by Lazy Monkey ทำให้เราเกิดอยากที่จะบันทึกเอาไว้ ทั้งรูปและเสียง อย่างที่เห็นหลายๆคนในไดอารี่เคยทำ

 

นั่นเองเป็นจุดเริ่มต้น ตอนนั้นน้องๆเค้าก็ทำของเค้านะใน my space, pantown, multiply และอื่นๆ แต่เราซึ่งรู้จักแต่เพียงไดอารี่คลับ และก็เห็นว่า ไดอารี่คลับน่าจะเหมาะกับเรา เพราะเราชอบลีลาและจังหวะของไดอารี่คลับ มันเหมาะกับเรา มันพอดีๆ ไม่เร็วไป ไม่ช้าไป ไม่ทันสมัยเกินไปและก็ไม่เชยเกินไป

 

นอกจากนี้ เราเองก็มีความชื่นชมและมีความมั่นใจในการดูแลชุมชนนี้ ของเจ้าของบ้านอย่างนาน่า และคุณกวง ตั้งแต่แรกแล้วที่เราได้รู้จักไดอารี่คลับ จนได้มารู้จักอีดิเตอร์ ก็รู้สึกทึ่งในผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารักๆคนนึง ที่สามารถสร้างสรรค์ชุมชนออนไลน์แห่งนี้ขึ้นมาให้มีบุคลิกเฉพาะ เป็นเจ้าของบ้านที่ดูแลสมาชิกในครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นได้ชัดว่า สร้างและดูแลบ้านนี้ด้วยใจจริงๆค่ะ

 

หลายๆครั้งที่ได้เห็นไดอารี่คลับอยู่ในจังหวะที่ร้อนแรง เราเองในบางครั้งก็รู้สึกไม่สบายใจที่เห็นการขัดแย้งหรือฟาดฟันกันไปมา แต่ก็ในทุกๆครั้ง นาน่าก็สามารถดูแลบ้านได้ดีที่สุด ซึ่งเรานึกนิยมอยู่ในใจเสมอมา

 

เราได้เรียนรู้ผู้คนหลากหลายรูปแบบจากสังคมแห่งนี้ด้วย รวมทั้งได้เรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์และแง่คิดดีๆผ่านประสบการณ์ของเพื่อนสมาชิกซึ่งอยู่ในหลากหลายสาขาอาชีพ สถานภาพ และภูมิภาค เราสามาถเก็บเกี่ยวสิ่งที่ดีๆนำมาใช้ได้ และในบางครั้งก็มีโอกาสเรียนรู้สิ่งผิดพลาดทั้งจากการบอกเล่าผ่านไดอารี่โดยเจ้าของไดอารี่เอง หรือโดยการเป็นผู้สังเกตุการณ์(ที่ไม่ได้สอดรู้หรือมีเจตนาร้ายแต่อย่างใด)จากบางสถานการณ์ และเก็บเป็นข้อคิดที่ดีแก่ตัวเองได้อีกด้วย

 

เนื่องจากเรามีความเป็นตัวเองสูง และอย่างไรก็ไม่ค่อยจะชินกับสังคมออนไลน์ เพื่อนๆของเราในชีวิตจริงแทบจะไม่มีสังคมออนไลน์เลย ยกเว้นเด็กๆร่นลูกรุ่นหลาน  ดังนั้นการเขียนไดอารี่ของเราก็เป็นการเขียนเพื่ออ่านเอง บางครั้งทำให้เรางงๆอยู่บ้างเพราะเราก็รู้ว่ามันมีคนมาอ่านด้วยคุยด้วยบ้าง บางครั้งก็เลยเขียนเหมือนคุยกับผู้อ่าน แต่บ่อยครั้งที่เราก็เขียนแบบเขียนเองอ่านเองเข้าใจเอง ^_^

 

ในการเขียนไดอารี่ของเรา แม้จะเริ่มจากการบันทึกเกี่ยวกับผลงานเพลง แต่ต่อมาก็เป็นการบันทึกอะไร เท่าที่โอกาสจะอำนวย และเราอยากจะเขียน ไม่เคยมีการคิดว่าจะเขียนอะไร อย่างไร แต่รู้สึกอย่างไรก็เขียนไป เช่นนั้น

 

การเขียนไดอารี่ ทำให้เราได้มีโอกาสบันมทึกเกี่ยวกับการเดินทางของเราบ้าง อันที่จริง เราเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยว แต่ในอดีต ในหลายๆครั้งมากที่การเดินทางของเรา ไม่ได้บันทึกไว้แม้ภาพถ่ายซักภาพ เพราะอันที่จริงสำหรับเรา การเดินทาง คือการเรียนรู้ชีวิต(ผู้คนและตนเอง) แต่การมีไดอารี่ ทำให้หลายครั้งเราพยายามถ่ายภาพ เพื่อที่จะได้มีโอกาสมาบันทึกไดอารี่ไว้เป็นที่ระลึก  

 

อย่างไรก็ดี ณ พื้นที่แห่งนี้ เราก็ได้มีโอกาสรับรู้ถึงมิตรภาพจากพี่น้องไดอารี่คลับที่หยิบยื่นให้แก่กัน ไม่ว่าจะเป็นการทักทาย หรืออยากที่จะมาทำความรู้จักกัน หรือ การให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เรารู้สึกขอบคุณและยิ้มไปกับมิตรภาพเหล่านั้นเสมอ

 

นอกจากนี้ ไม่น่าเชื่อว่าไดอารี่ยังเป็นจุดเชื่อมระหว่างเพื่อนเก่าของเราด้วย เราแปลกใจมาก เมื่อเจอเพื่อนในงานรวมรุ่น เพื่อนผู้อยู่แดนไกลบอกว่า อ่านไดอารี่เราทุกหน้า และชอบ เพื่อนอีกคนก็บอกว่าเป็นแฟนไดอารี่ แปลกมากๆเพราะอันที่จริงไม่เคยบอกให้ใครมาอ่านเลย แต่น่าจะเป็นเพราะเพื่อนเคยได้รับ link ของบทเพลงที่เราทำ ซึ่งได้เคยแจ้งเพื่อนๆเพื่อแนะนำอัลบั้มเพลง ซึ่งนั่นเป็นวันแรกๆของการเขียนไดอารี่ และนับจากนั้นมาจนบัดนี้ ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะเป็นนายแอบ อ่านไดอารี่เรามาจนปัจจุบันนี้ นับไปก็หลายปีเข้าแล้ว(เพื่อนบอกในวันรวมรุ่น ครั้งที่ 3 ในรอบ 20ปีที่จบการศึกษากันมา ^_^ )

 

รวมไปถึงพี่สาวรุ่นพี่ที่รัก ซึ่งไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ปกติเราไม่ค่อยได้พูดคุยกัน เพราะไม่ใช่คนช่างพูดทั้งคู่  แต่เรารักและห่วงใยกันเสมอ วันนึงพี่โทรมา และบอกว่า ดีใจจังมีคนดูแลมาดีแล้ว เราก็งง อะไรน่ะพี่ปุ๋ม พี่เค้าก็บอกว่า เห็นในไดอารี่เกี่ยวกับมิสเตอร์เอ็ม เราก็ ฮ้า พี่ปุ๋ม อ่านไดอารี่เราด้วยเหรอ งงจริงๆ ^^

 

เราเป็นคนชอบความสัมพันธ์แบบของจริง คิดอย่างไร ทำอย่างนั้น ไม่ชอบแบบพวกมากลากไป ไม่ตามกระแส  ไม่ต้องแสดงแแอคชั่นมากก็ได้ ใช้โทรจิตเราก็รับรู้ได้ อิอิ ....มันเป็นจังหวะชีวิตของเรา ไม่ได้หมายถึงไม่ต้องทำหรือห้ามทำ แต่ไม่ใช่ว่าต้องทำนะ ไม่ทำแล้วเดี๋ยวเค้าจะอย่างนั้น อย่างนี้ ดังนั้น เราพอใจมาก ที่ได้รู้ว่ามีอากาศที่อบอุ่นอยู่รอบตัวเราเสมอ

 

บางครั้งเราได้รับข้อความจากริสาในไดอารี่ เราก็แอบยิ้มมมม หรือจากคุณเอ็ม ที่เราเองก็นึกไม่ถึง หรือแม้แต่จาก Lesเพื่อนชาวฮาวาย เราก็รู้สึกแปลกใจมาก แต่ทั้งหมดก็เป็นความยินดีที่ทำเราแอบขำที่เพื่อนมาแสดงข้อความได้ มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยนะ ฮ่า ฮ่า  

 

เช่นเดียวกันเราก็มีจังหวะของเรา และเราก็คิดว่า บ้านไดอารี่คลับนี้เหมาะกับจังหวะของเรา คล้ายกับบ้านหลังใหญ่ พอดีๆ(ไม่ใหญ่เกินไป ไม่เล็กเกินไป) ที่มีหลายห้อง เราเองก็มีความสุขในห้องส่วนตัวของเรา เราจะจัดตกแต่งห้องของเราอย่างไรก็ได้ตามใจ ซึ่งบางครั้งก็มีบ้างที่เราอยากส่วนตัวไม่ให้ใครมายุ่ง บ่อยครั้งที่เราก็เปิดห้องรับสมาชิกที่มาเยี่ยมเยียน ตัวเราเองก็อาจจะไปเยี่ยมเยียนคนอื่นๆบ้าง

 

แต่ละห้องก็ต่างมีสไตล์เป็นของตัวเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต่างก็เป็นสมาชิกครอบครัวเดียวกัน อยู่ภายใต้การดูแลเอาใจใส่ และกฎกติกาเดียวกัน มีหัวหน้าครอบครัวคนเดียวกัน ….. หัวหน้าครอบครัวที่ตัวเล็กแต่ใจกว้างใหญ่

 

และนี่คือครอบครัวไดอารี่คลับที่เราเป็นสมาชิกคนหนึ่ง และหวังว่าจะได้จะอยู่ในครอบครัวไดอารี่คลับจนวันนึงอาจจะมีคนเรียกว่าคุณยายเลยค่ะ ^_^  

 

(เอ่อ...หมายถึงว่าอยู่ไปนานๆนะคะ ไม่ใช่แบบว่าแก่ก่อนวัยจนไม่ทันไรคนก็เรียกว่ายายนะคะ ฮ่าฮ่า)

 

 

ป.ล.1 จากคนที่แทบไม่รู้จักอะไรกับโลกออนไลน์เลย นับว่าเดี๋ยวนี้รู้อะไรมากพอควรค่ะทำอะไรเป็นหลายอย่าง จากการเรียนรู้เอง และรู้ว่าหากอยากรู้อะไรจะทำอย่างไรได้บ้าง นับว่าเป็นสาววัยงามที่หัวไว ไฮเทคไม่ใช่น้อย (แต่เลือกที่จะโลว์เทค เพราะชอบจังหวะสโลว์นั่นเอ๊งงงง)

 

ป.ล.2 ไดอารี่หน้าแรกของเราชื่อ วันแรก เขียนเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2007

http://bussamadee.diaryclub.com/?date=20070612&mdiff=-7&ydiff=-3

 

     Share

<< Happy New Year to...Diaryclub Friendsวันเด็ก - When I was young >>

 

 

 

 

เจ้าปุ่นกะน้องแปนในวันเด็กแห่งชาติ
กิจกรรมวันพ่อและวันแม่แห่งชาติของเจ้าปุ่น
Love You......Nina ^_^
กระแซะเรื่องเพลง ... ทำนั่นนิด นี่หน่อย
วันเด็ก - When I was young
ครอบครัวไดอารี่คลับ
Happy New Year to...Diaryclub Friends
Ho Chi Minh-Mui Ne-Dalat@Vietnam Trip
สวัสดีปีใหม่ ก่อนไก่โห่ ^^
ทางไปสวรรค์มันรก ทางไปนรกมันเรี่ยม
ชวนดูหนัง




 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

ขอบคุณค่ะ สำหรับคอมเมนท์และกำลังใจที่มีให้ "คนไม่รู้จักคนนี้" เสมอมา สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอให้พี่มีความสุขกาย และ สุขใจ มากๆ ตลอดปีนี้และต่อๆไปค่ะ
Ployfon   
Fri 7 Jan 2011 14:46 [3]

555 คอมเม้นท์พี่มาดีเล่นเอาเกตุหัวเราะตั้งแต่เช้า ^^ ขอบคุณค่ะ ขอความสุขและอิสรภาพทางการเงินจงเป็นของเรา เย้!!!!!!
เกตุ   
Thu 6 Jan 2011 9:34 [2]

อ่านจบค่ะ
จิบก็อ่านไดอารีพี่มาดีเป็นระยะ
ไม่ครบ ไม่หมด แต่ไม่หาย นึกได้ (หรือมีเวลา) ก็มาค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักอีกทีค่ะ ^^
ปล. ชอบสำนวนในไดอารีตอนนี้จัง ดูเป็นสาวเขินๆอายๆ น่าร๊ากก อิอิ
jjmommy   
Thu 6 Jan 2011 0:40 [1]