ศุกร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2551
วันนี้เราตื่นกันแต่เช้า เด็กๆ อาบน้ำแต่งตัวเองทุกอย่าง แล้วก็เตรียมข้าวของเล็กน้อย พร้อมออกเดินทางเพื่อไปย่ำอัมพวากัน ครั้งนี้เป็นการไปครั้งแรกของแปน ส่วนปุ่นนั้น ไปมาหลายครั้งแล้วทั้งภาคกลางวัน และภาคกลางคืน

ทั้ง 2 คืน ที่มานอนบ้านโกว โกวให้เด็กๆนอนกันเอง เด็กๆก็ดูมีความสุขดี ร่าเริง แปนก็เรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากะสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น

เราแวะทานก๋วยเตี๋ยวปลาร้านอร่อย บนถนนพุทธมณฑลสาย4 ก่อน เจแปนชมว่าอร่อย ... ที่จริงเธอชมทุกอย่างเลย ก็ดีนะที่แปนชอบ เพราะแปนเป็นคนค่อนข้างเรื่องมาก เนื่องจากไม่ค่อยมีโอกาสอยู่ร่วมกะคนอื่นมากนัก แต่ดีใจที่เวลาเราสอนอะไร แปนก็รับฟังดี คือ เราเป็นคนรับฟังเด็ก และให้เกียรติเด็กมากเช่นกัน เราถือว่าเค้าเท่าเทียมกะเรา เค้าเป็นแค่คนที่ตัวเล็ก และแข็งแรงน้อยกว่าเรา เราจึงต้องให้การช่วยเหลือเค้าในบางอย่าง ซึ่งต่างจากการบังคับและบงการ
จุดแรก เราก็แวะกราบหลวงพ่อเพชรวัดบ้านแหลม ซึ่งคนมากมายมหาศาลล้านเจ็ด เราโชคดีสุดๆ ที่เข้าไปปุ๊บก็หาที่จอดรถได้เลย พาเด็กๆเดินดูร้านค้าชาวบ้าน ดูของที่แปนไม่เคยเห็น เช่น กาลอจี๊ ข้าวเกรียบว่าว และอื่นๆ จากนั้นก็เข้าไปไหว้พระ และตักบาตรข้าวสาร
ที่นั่นมีคนมาขอทานค่อนข้างมาก ปุ่นและแปนให้เงินขอทานทุกคน (ทุกคนล้วนพิการค่อนข้างมาก) เป็นเงินของเธอเอง ที่เก็บจากค่าขนมไปโรงเรียน
เราแวะซื้อน้ำเฉาก๊วย ซึ่งคนขายเป็นเด็กผู้หญิง อายุประมาณ 9-11 ขวบ ตัวเล็กๆ แต่คล่องแคล่ว ช่วยแม่ขายของ มี 2 ร้าน ช่วยกัน เลยชี้ให้เด็กๆเห็นว่าเขาขยัน และทำงานคล่องแคล่ว น่าชื่นชม เด็กๆก็เห็นด้วย (อิป้า ครอบงำหลาน 55!!)
ออกมาที่ลานจอดรถเจอช้าง เจแปนอยากให้อาหาร และจ่ายเงินเอง ถุงละ 20 บาท แต่เสร็จแล้วติดใจ อยากให้อีก ประกอบกะคนเลี้ยงช้างหลอกล่อ ให้เอา 3 ถุง 50 บาท เธอเลยทำเนียนเพิ่มไป และให้เราจ่ายกะตังค์...ร้ายนะยะเธอ!!

จากนั้นก็ออกเดินทางต่อไปอัมพวา ที่จริงชวนเด็กๆเดินไปตลาดทางรถไฟ ก็อธิบายให้เจแปนฟังว่า เป็นตลาดที่อยู่บนทางรถไฟเลย มีที่เดียวในโลกนะ เวลารถไฟจะวิ่งมา ก็ต้องเก็บแผงค้าก่อน รถไฟไปแล้วก็ขายต่อ (จะบอกว่าเมื่อก่อนเราเคยเจาะจงขับรถไปซื้อของที่นั่นด้วยนะ (เป็นพวกโรคจิต ชอบอะไรที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นตัวของตัวเอง อิอิ) แต่เดี๋ยวนี้ไม่ไหวละ น้ำมันแพงเกิ๊นนนน(ภาษาน้องปุ้ย ปลาป๋อง 55!!) โรคจิตหยั่งเรา ยังต้องยอมแพ้ (ฮา)
เราซื้อตั๋วล่องเรือภาคกลางวัน พาเด็กๆไปชมวัดต่างๆ ทั้งวัดบางแคใหญ่ ค่ายบางกุ้ง และอีก 2 วัด ลืมชื่ออะ
ซื้อดอกบัวสานจากใบจากให้เด็กๆด้วย ถือไป มีคนมาถามหลายคนเลยว่าซื้อมาจากไหน คุณป้าคนขายเค้าทำได้หลายอย่าง ทั้งตะกร้อ ทุเรียน ม้าลาย หมวก ปลาตะเพียน แล้วก็ ดอกบัว เป็นต้น (ถ้าม้าลาย ก็จะเป็นตัวนะค้า ไม่ได้เป็นต้น...เอิ๊กกกกก 55!!)
ปุ่น กะ แปน ทำบุญ เทียนวันเกิด โดยปุ่นบริจาคเงินทำบุญเอง ปุ่นเกิดปีเถาะ ส่วนแปน ปีมะเส็ง ก็เอาเทียนวันเกิดไปหลอม แล้วก็ตักไปหล่อเทียนแท่งใหญ่

แม่ค้าขับเรือมาขายไอศครีม อร่อยมาก เราได้แวะที่ค่ายบางกุ้ง เลยเล่าให้เด็กๆฟังถึงวีรชนค่ายบางกุ้ง ที่ช่วยกู้อิสรภาพให้เราร่วมกับพระเจ้าตากสิน เป็นวีรชนพี่น้องไทยจีน มีตุ๊กตาปูนปั้น ทหาร และชาวบ้านที่กำลังฝึกซ้อมเตรียมสู้ศึก เด็กๆก็ไปถ่ายรูปเล่น (เล่นจริงๆนะคะ เพราะรูปถ่ายด้วยมือถือ ซึ่งไม่ชัดเลย เอาไว้ดูเป็นที่ระลึกว่าเคยไปเฉยๆ)

เที่ยวภาคกลางวันเสร็จแล้ว เราก็พากันเดินเล่น และก็ถือโอกาสจองเรือชมหิ่งห้อยภาคกลางคืนไปเลย แต่ปรากฏว่ามันเป็นวันที่คนเยอะมาก เรือเต็มทุกเที่ยว ขนาดเรามาจองเช้านะ ยังมีรอบแรก ทุ่มห้าสิบ ซึ่งเราไม่เอา เพราะจะดึกไป สงสารเด็กๆ แต่ที่จริงคนอื่นเค้าหาไม่ได้เลยนะ ต้องรอรอบสามทุ่มครึ่งกัน
เราก็เลยจองเหมาลำ ซึ่งก็แน่นอนไม่มี เพราะรือมันไม่ว่างเลย แต่ตอนหลังเค้าคงเห็นเรามาแต่ผู้หญิง และมีเด็ก 2 คน เค้าเลยเอากลุ่มนึงที่เหมาลำประมาณ 4-5 คน(ซึ่งเค้าจองรอบดึก) ไปรวมกะกลุ่มอื่น แล้วเอาเรือมาขับให้เราเป็นเที่ยวแรก ออก หกโมงสิบนาที (อิอิ เราช่างโชคดี) นัดเรือ เรียบร้อยแล้ว เราก็พากันไปหาอาหารทาน สำราญใจ และเดินเล่น หาซื้อของฝาก โดยมากเป็นอาหาร


ถึงเวลาเราก็มาขึ้นเรือ พอดีเจอครอบครัวนึง 4 คน เค้ามีเด็กด้วย และเค้าก็ไม่อยากออกดึก ซึ่งก็แน่นอนไม่มีแม้แต่ที่นั่งเดียว เราเลยถามคนจัดเรือว่า เราให้เค้ามาแชร์ได้มั้ย เค้าก็บอกว่าได้ เราเลยเสนอให้เค้ามาแชร์กะเรา เลยได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย เราก็มีคนมาช่วยแชร์ค่าเรือครึ่งนึง เค้าก็ได้ไปดูกะลูก และไม่ดึกอย่างที่ต้องการ win-win ค่า

แปนตื่นเต้นมาก ได้เห็นหิ่งห้อยมากมาย ประหนึ่งกำลังอยู่ในเทศกาลคริสต์มาส ระหว่างทาง เราเจอเรือของลุงที่ขับตอนกลางวัน เด็กๆจำได้ ทักทายลุง ลุงก็จำได้ ส่งเสียงทำท่าทักทายกันใหญ่เลย คือลุงเค้าดูมีน้ำใจกะพวกเราเป็นพิเศษ ตอนที่เราลงเรือไปแล้ว มีอีกกลุ่มนึง 3 คน มาทีหลัง เค้าเป็นผู้ใหญ่หมด(ช-ญ อายุประมาณ 30 ปี) ซึ่งมาเป็นกลุ่มหลังสุด คือมันเป็นเรือโดยสารนำเที่ยว เราไม่รู้หรอกว่าใครจะมากะใคร และกี่คน คือมันนั่งได้ที่ละ 2 คน เราก็อุตส่าห์นั่งประหยัด นั่งด้วยกัน 3 คนแค่ 2 ที่ ทีนี้กลุ่มนี้มาสุดท้าย ที่นั่งมันมีข้างหน้าเรา 1.5 ช่อง (คือนั่งได้ 3 คน แต่ อีกคนนึงต้องนั่งกะคนอื่น) และหลังเรา อีก 1 ช่อง (นั่งได้ 2 ที่) คนที่อยู่บนฝั่ง ก็ตะโกนว่า ให้เค้าย้ายที่ซิ (ซึ่งเราเห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะเรามาก่อน และเราลงไปในเรือแล้ว ถ้าเป็นบนรถนะ ไม่ต้องมาบอก เราจะทำให้เองเลย) เราแค่คิดในใจ แต่ลุงตอบกลับไปทันทีเลยว่า จะย้ายได้ไง เค้านั่งลงไปแล้ว แล้วเค้าก็มีเด็กๆด้วย เรารู้สึกว่าลุงเป็นคนดี และมีน้ำใจ รักความถูกต้อง 55!! เราว่าของอย่างนี้มันสื่อกันได้ เด็กๆก็รู้สึกใส่ใจ แค่ขับเรือผ่านเห็นลุงไกลๆ และจะค่ำแล้วก็ยังจำได้ โวยวายใหญ่ ว่า ลุ้งๆ นั่นไงลุง ลุงก็หันมาโบกไม้โบกมือ ชี้ไปที่ของในเรือ ประมาณว่าเออๆ เอ็งยังไม่กลับอีกเร๊อะ นี่ลุงมาส่งของให้เค้า นี่ๆถุงนี่ไง อิอิ (ทำไม เราแปลเก่งวะ 55!!)

เราใช้เวลาล่องเรือ ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง กว่าจะขึ้นเรือ ก็เกือบจะสองทุ่มแล้วล่ะ ตอนทุ่มนึงกำลังอยู่ในเรือ มิสเตอร์เอ็มโทรมา บอกไปว่าจะถึงบ้านประมาณสองทุ่มครึ่ง เค้าเลยว่าสงสัยจะไม่ได้เจอกันวันนี้ เพราะเค้าคงต้องออกจากออฟฟิศเร็ว เราก็โอเค ไม่เป็นไร แล้วเค้าก็คุยกะปุ่นด้วย ไม่รู้คุยกันภาษาอะไร แต่ก็ดูรู้เรื่องกันดี 55!!
ขึ้นเรือแล้วก็ เดินหาขนมกินนิดหน่อย แล้วก็ไปขึ้นรถ กลับบ้าน ตอนแรกก็ร้องเพลงนิทานหิ่งห้อยกันสนุกสนาน พักเดียว เด็กๆก็หลับกันหมด...เหนื่อยล่ะสิ วันนี้มันยาวนักหนาเนอะ
ถึงบ้านเกือบๆ 3 ทุ่ม แล้วก็ปลุกขึ้นมา พากันอาบน้ำ ก็พอดีเจอมิสเตอร์เอ็มใน MSN เลยได้คุยกัน เด็กๆก็มาร่วมพูดคุยและเล่นด้วยเช่นเคย โดยเฉพาะเจแปน สนใจเค้ามาก พูดถึงเค้าว่า เป็นผู้ชายที่จับหนวด แล้วก็เล่นกะพวกเราด้วย (เจแปนถามว่า เค้าเอามือจับหนวดทำไม เราก็บอกว่า เค้าเพิ่งโกนหนวด มันก็จะเจ็บๆมั้งคะ...ใช่เปล่าว้า 55!!) เค้าบอกว่าหิว วันนี้ไม่ค่อยได้ทานอะไร เพราะยุ่งกะงานหลายที่ เราแปลให้เด็กๆฟัง เด็กๆเลยไปเอาอาหารในตู้เย็นมาให้เค้า (ที่เราซื้อไปฝากแม่ 55!!) เค้าก็ยิ้มๆ และขอบคุณ เด็กๆพากันไปนอน ก็ goodnight กันพักใหญ่ กว่าจะไปจริงๆ
ส่วนเราก็คุยกันต่อถึงห้าทุ่มเศษ ก็แยกย้ายกัน ให้มิสเตอร์เอ็มไปหาอาหารเย็นทานซะ ส่วนเราก็หมดสภาพเช่นกัน อาบน้ำนอนเอาแรง เพราะวันรุ่งขึ้น ต้องเอา 2 หน่อไปส่งที่บ้านแม่ แล้วก็มีนัดกะหมอตอนเที่ยง
คุณป้าสู้ๆ คุณป้าสู้ตาย 55!!!
ไปล่ะค่ะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ^^
