เฮ้อ! อุตส่าห์ไปดูงานแล้วก็เที่ยวเมืองจีนมาซะสัปดาห์นึง แต่ก็ไม่ได้เอามาอัพอะไรเล้ย...ขี้เกียจจัด
ประกอบกับ รู้สึกหดหู่กะเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่จีนด้วยล่ะ แบบกลับมาไม่กี่วันเอง ก็มีเรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นซะแล้ว
ทั้งพม่า ทั้งจีน ...เฮ้อ! ชีวิตนี่มันคือทุกข์จริงๆนะ
--------------------------------------
แต่ว่าแล้ว ก็ขอเปลี่ยนโหมดกะทันหันเลยดีกั่ว
ตอนนี้ชีวิตของเรามันก็อยู่ในโหมดน่าใจหายใจคว่ำมากเลย ในเรื่องของเศรษฐกิจน่ะ
เพราะภาวะการสตุ้งสตางค์ มันไม่คล่องอ่ะ ฝืดเคืองเป็นที่สุด
เนื่องจากมันมีแต่รายจ่าย หามีรายรับเป็นชิ้นเป็นอันไม่ ในขณะที่ก็สรรหารายจ่ายมาพอกพูน
เนื่องจากร้านที่ชลบุรี ก็ยังไม่ได้เปิดดำเนินการซักที
ค่าวัตถุดิบในการผลิตก็พุ่งกระฉูด ราคาเหล็กปรับขึ้นทุกสัปดาห์เลย เป็นที่น่าปวดกบาลมาก
แต่เดี๋ยวก่อน...ชีวิตมันก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะหมด คนดีๆแอนด์น่ารักๆ (ในวงเล็บ แอนด์ แก่ๆ 55!)อย่าเรา
มันต้องได้เจอเรื่องดีๆในชีวิตซำเหมอค่า
ถ้าไม่นับเรื่องเศรษฐกิจฝืดเคืองทั้งในระดับจุลภาค(ส่วนตัว) และมหภาค(ส่วนบริษัท)
ก็เห็นว่าชีวิตช่วงนี้นั้น ตลบอบอวลไปด้วยความสุข แบบน่างงมาก
ทั้งนี้ทั้งนั้นมาจาก ...เอ้อ! คือว่าข้าพเจ้านั้นอินเลิฟค่า ครือว่า กะลังมีฟามรักอ่ะค่ะ
มีคนรักเป็นคนแรกในชีวิตเลยนะเนี่ย ไม่นึกฝันจะใช้เวลาน้อยลงตั้งครึ่งนึงจากที่หวังไว้
คือว่า เราเคยพูดกะเพื่อนนะว่า
มาดี : ถ้าเราเจอคนที่เรารัก เราก็จะแต่งงานนะ ถึงอายุ 80 ก็จะแต่ง ...แล้วจะมีใครไปงานเรามั้ย
เพื่อนๆ : ไปแน่นอน
เพื่อนคนนึง : เราไปแน่ ถ้าเรายังไม่ตายไปซะก่อน (55! มันเป็นคนจริงใจมาก)
เนื่องจากอยู่ห่างกันมาก และต่างก็ยุ่งๆกันทั้งคู่ เลยใช้เวลาคุยกันทางโทรศัพท์ และ MSN
ต้องขอบคุณเทคโนโลยีจริงๆที่มำให้คนเราใกล้ชิดกันได้มากขึ้น
ได้แสดงความรัก ความห่วงใย และทะเลาะกัน กลางอากาศได้ด้วย...ขำดีเหมือนกัน
เดี๋ยวนี้เลยคุ้นเคยกะ Webcam มากขึ้น ตอนนี้ระหว่างนั่งว่างๆ
ระหว่างที่คุณเอ็ม1(คุณมาดีเองค่า) รอเจอคุณเอ็ม2อยู่
ก็เลยเอารูปที่ถ่ายจากเว็ปแคม ระหว่างการคุยกัน เอามาทำเป็น slide
สนุกดี แก้ง่วง เอามาแปะไว้ดูเล่นด้วย
นานชาตินึงมาแล้ว ตอนที่หนังเรื่อง Sleepless in Seattle เพิ่งเข้ามาฉาย
ตอนนั้น ริสา เพื่อนรักของเรา ไปดูมา แล้วบอกว่า เราเหมือนกะคนในเรื่อง
คือ ประมาณเกี่ยวกับความเชื่อใน Magic of Love อะไรประมาณนี้น่ะ
ดูหนังแล้ว ริสา ก็เลยไปสั่งคนตัดสติ๊กเกอร์ ยาวๆ มาให้เรา เขียนว่า Sleepless in Bangkok
เราประทับใจในความใส่ใจของเพื่อนมาก ยังเก็บไว้จนทุกวันนี้เลย
ป.ล. น้อยรู้มั้ยว่า ทุกวันนี้เรากลายเป็น Sleepless in Nakorpathom ไปแล้ว
กว่าจะได้นอนก็ตีสี่ตีห้าทุกวันเลย (อิอิ แกล้งโอดครวญไปงั้นเอง ที่จริงเราก็แอบนอนตั้งแต่หัวค่ำแล้ว
วันนึงเลยได้นอน 2 รอบแน่ะ ...เราว่าน้อยคงรู้ทันเราอยู่แล้วล่ะ 55)